เบื้องหลังหนังสือเล่มแรกในชีวิต “Tokyo Sweet Journey เที่ยวนี้มีแต่ขนม”

” ใครจะไปคิด..ว่าวันหนึ่ง เราจะมีหนังสือเป็นของตัวเอง ”
แต่ทว่า นั้นคือสิ่งที่ผมคิดอยู่ตลอดเวลา
ทุกครั้งที่เข้าร้านหนังสือ และยืนอยู่หน้าหมวดท่องเที่ยว
ผมมักคิดเสมอว่า สักวันจะมีหนังสือของเรา วางบนแผงหนังสือนี้ให้ได้
และแล้ววันนี้ก็เป็นจริง..

Untitled-1

ต้องย้อนกลับไปปี 2014 ตอนนั้นผมกับแฟนวางแผนจะไปญี่ปุ่นกัน
ในครั้งนั้นแฟนผม ชวนไปเที่ยวญี่ปุ่น เธออยากไปมาก อยากไปชิมขนมต้นตำรับของญี่ปุ่น
ผมเลยอาสาหาข้อมูล วางแผนทริปให้ ว่าวันนี้จะไปกินร้านไหนดี ร้านไหนอร่อย
ไปๆมาๆ ทั้งทริปมีแต่รายการร้านขนม ผมเลยตั้งชื่อทริปนี้ว่า “เที่ยวนี้มีแต่ขนม”

เราไปกัน 2 อาทิตย์ โดยวางแผนไปเที่ยวทั้งฮอกไกโด คาวากุจิโกะและโตเกียว
เป็นการเดินทางที่ค่อนข้างทรหด เพราะทันทีที่ลงเครื่องบิน เราก็นั่งรถไฟยาวต่อไปยังฮอกไกโดเลย
แถมขากลับยังนั่งต่อยาวลงยังคาวากุจิโกะอีก จำได้ว่านั่งรถไฟต่อกันนานถึง 16 ชั่วโมง
แต่ตลอดทั้งทริปนั้นก็กินแต่ขนม และถ่ายรูปเก็บข้อมูลไว้
ตั้งใจว่าจะนำข้อมูลนั้นมาเขียนเป็นหนังสือ หรือไม่ก็รีวิวลงบล๊อก ลงพันทิปให้ได้อ่านกัน

ทันทีที่กลับมาก็ทยอยเขียนลงบล๊อก Bakkupakka และเวบพันทิป
ผลตอบรับดีมาก กระทู้ Sweet journeyตะลุยกินขนมอร่อยๆที่ซัปโปโร และโอตารุ คนแชร์กัน 6 พันกว่าคน
ที่พีคกว่านั้นคือ กระทู้ สารพัดอุปกรณ์ทำขนมที่ KAPPABASHI คนแชร์ไป 8 พันกว่า
แถมเวบไซต์ kapook.com มาติดต่อขอเนื้อหาเอาไปลงเวบไซต์อีกด้วย
ตอนนั้นรู้สึกว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีจริงๆ..

หากความฝัน กับความจริงเดินทางมาบรรจบกัน มันคงมีสัญญาณดีๆอะไรสักอย่างเกิดขึ้น
และผมยังจำวันนั้นได้ดี

วันนั้นผมกำลังถอยรถเข้าที่จอด ณ อาคารจอดรถ MRT ลาดพร้าว
เพื่อเดินทางไปงานหนังสือพร้อมเพื่อนโหน่ง และแฟน
มือถือสั่นอยู่หลายครั้งในกระเป๋ากางเกง จนต้องหยิบขึ้นมาดู

มี message หนึ่งส่งถึงแฟนเพจ bakkupakka

“สวัสดีค่ะ พี่เป็นบ.ก. ของสำนักพิมพ์อมรินทร์ค่ะ สนใจเรื่อง Sweet Journey ที่คุณเขียน เลยอยากติดต่อทำหนังสือ ไม่ทราบว่าคุณ bakkupakka สนใจไหมคะ รบกวนติดต่อ…”

กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ผมกรี้ดสาวแตก จนเพื่อนต้องถามว่า เมิงเป็นไรป่าววะ?

เป็นความจริงหรอเนี่ย เราไม่ได้ฝันอยู่ใช่มั้ย เรื่องที่ผมเขียนได้รับการติดต่อจากสำนักพิมพ์
แถมเป็นสำนักพิมพ์ที่ผมติดตามผลงานอยู่ตลอดๆด้วย

สนใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกครับ ผมรีบตอบกลับไปทันที

ผมโผเข้าไปกอดแฟนและเพื่อนด้วยความดีใจมากๆ
มันเป็นครั้งหนึ่งที่เรารู้สึกว่า “กุทำได้วะ สิ่งที่กุคิดกำลังเป็นจริง”
จำได้ว่าวันนั้น ผมยิ้มไปทั้งวันเลย

หลังจากนั้นก็ติดต่อกับพี่ บ.ก. มาเรื่อยๆ ต้องส่งต้นฉบับ ตัวอย่างงานเขียน รูปถ่าย
เพื่อพิจารณาว่าเรื่องของเราสามารถทำเป็นหนังสือได้หรือไม่
ผลปรากฎว่ามีโอกาส ทำได้ แต่ข้อมูลร้านที่ไปไม่เพียงพอจะทำเป็นหนังสือได้ ต้องมีเนื้อหามากกว่านี้

ความลำบากเริ่มมาเยือน เงินเก็บก้อนสุดท้ายหมดไปกับทริปก่อนหน้านั้นแล้ว
เอายังไงดีละ ตอนนั้นลังเลอยู่ตลอดว่า ถ้าไปจะได้ทำเป็นหนังสือจริงๆมั้ย
ไม่ใช่ไปแล้ว เขียนเสร็จไม่ผ่าน จบเลยนะ

ผมเลยขอคำยืนยันจากพี่ บ.ก.อีกครั้งว่าจะได้พิมพ์เป็นหนังสือจริงๆใช่มั้ย
พี่เขาบอกว่า จริงดิ เนี่ยต้นฉบับที่เขียนมาผ่านแล้ว

เอาวะ ไปมันอีกสักรอบ ทำงานฟรีแลนซ์เก็บตังค์ และนั่งหาข้อมูลร้านเด็ด ร้านดัง ร้านอร่อยที่มีแต่ละย่าน
ลิสต์ออกมาให้เยอะที่สุด จัดใส่ตารางวันไหนไปย่านไหนบ้าง
สรุปว่าต้องกินขนมมากถึงวันละ 8 ร้าน เพื่อให้ได้ภาพและข้อมูลมากที่สุด

ในการไปเก็บข้อมูล Sweet journey รอบ 2 ผมได้ความอนุเคราะห์ตั๋วเครื่องบินจากแม่แฟน
แลกกับการเป็นไกด์พาเที่ยวในโอซาก้า 5 วัน ทำให้เวลาในการเก็บข้อมูลของผมในโตเกียว
เหลือประมาณ 1 อาทิตย์ (ต้องขอบคุณแม่ไว้ ณ ที่นี้ด้วย)

มันเป็น 1 อาทิตย์ ที่เหนื่อยและค่อนข้างผิดหวังหลายๆอย่าง
จำได้ว่าประเดิมร้านแรกของทริป เป็นร้านที่ได้รับการโหวตจากเวปไซต์ tabelog.com
ให้เป็นร้านขนมที่อร่อยที่สุดในโตเกียว จากสถานีเดินไปประมาณ กิโลกว่าๆ
เดินหาร้านอยู่นาน ปรากฎว่า ปิด!! ยืนอึ้งอยู่หน้าร้าน แถมยังมีเสียง กา…กา… ดังมาจากที่ไกลๆ อย่างกะในการ์ตูน
…เป็นการเริ่มต้นที่ดีจริงๆ

เท่านั้นยังไม่พอ ช่วงที่ไปนั้นเป็นฤดูใบไม้ผลิ ฟ้าจะมืดเร็ว ทำให้หลายๆ ร้านปิดเร็วไปด้วย
แถมฝนตกอีก มีฝนตกเกือบทุกวัน เราก็ต้องแบกกล้องตากฝน เดินไปตามร้านต่างๆ
ถ่ายมาบางรูปก็ใช้ไม่ได้ เบลอบ้าง เป็นฝ้าบ้าง

เมื่อเกิดปัญหาแบบนี้ทำให้บางร้านก็ไปไม่ทัน แผนที่วางไว้ก็ต้องเลื่อนๆไปหมด
บางวันเรากินกันจนเรียกได้ว่าเลี่ยน แทนอร่อย จึงแก้ปัญหาโดยการหาของคาวใส่ท้องบ้าง
จะได้ไม่หวานเต็มพุงจนเกินไป ตอนนั้นบอกตัวเองว่าเราเต็มที่แล้ว
เลยอยากเขียนให้ได้รู้ว่าเบื้องหลังมันเหนื่อยจริงๆ

พอกลับมาผมมีเวลาประมาณ 2 เดือนในการกลั่นกรองข้อมูลออกมาเป็นตัวหนังสือ เขียนรวบรวมส่งให้กับพี่บ.ก.
เป็นครั้งแรกที่ทำงานในฐานะนักเขียน รู้สึกว่าตัวเองยังเขียนไม่ค่อยเก่ง ใช้เวลาแต่ละย่อหน้าเยอะมากๆ
แต่ก็พยายามเขียนมันออกมาให้ดีที่สุด

เมื่อต้นฉบับเสร็จเรียบร้อย ก็เข้าสู่กระบวนการของสำนักพิมพ์ ตรวจทานแก้ไข จัดรูปเล่ม ไปตามระเบียบ

และแล้ววันที่ 29/6/59 หนังสือ Tokyo Sweet Journey เที่ยวนี้มีแต่ขนม ก็ได้ออกสู่สายตาประชาโลก
อยากให้ได้ลองอ่านกันนะครับ เป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิตของผมเลย

ถ้าใครซื้อแล้ว ถ่ายรูปอัพลง FB, IG แล้ว Hashtag #Tokyosweetjourney ด้วยนะ เดี๋ยวมีรางวัลมาแจก
และพกเล่มนี้ไปตะลุยชิมขนมที่โตเกียวกัน

ป.ล. ลืมบอกไปว่าแผนที่กับรูปขนมในเล่ม ผมวาดเองด้วย หวังว่าจะชอบกัน 🙂

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณสำนักพิมพ์อมรินทร์ท่องโลก ที่ให้โอกาสผม มีหนังสือเล่มแรกในชีวิต

ป.ล. หนังสือ Tokyo Sweet journey วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ ,SE-ED, B2S, Kinokuniya ฝากอุดหนุนด้วยคร้าบ 🙂

——

สำหรับคนที่ชอบการเดินทางเข้ามาพูดคุยกันได้ที่
Page Bakkupakka 

1467281865419

และสำหรับคนที่ชอบกินขนมผมเพิ่งเปิดเพจใหม่ จะมีข้อมูลร้านขนมอร่อยๆ ให้ได้ชมกัน ไปที่
Page Sweet journey Guide

1467281898981

 

 

 

 

 

 

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s