Mini Review | แพภูตะวัน เขื่อนรัชชประภา

เมื่อวันหยุดยาวต้นเดือนพฤษภาที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปเที่ยว จ.สุราษฎ์ธานี อีกครั้ง
หลังจากที่เคยไปเกาะสมุย และ หมู่เกาะอ่างทอง มาคราวนี้ผมไปเที่ยวยัง “เขื่อนรัชชประภา”
พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว

“เขื่อนรัชชประภา” เดิมชื่อ “เขื่อนเชี่ยวหลาน” ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “เขื่อนรัชชประภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร” ถูกสร้างขึ้นมา
เพื่อเป็นเขื่อนสารพัดประโยชน์ของคนในพื้นที่ภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็น แหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า
หรือเป็นแหล่งกักเก็บน้ำการชลประทานเพื่อการเพาะปลูก

นอกจากนี้ “เขื่อนรัชชประภา” ยังมีประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว  ซึ่งบริเวณอ่างเก็บน้ำนี้ จะมีภูเขาหินปูนน้อยใหญ่รายล้อม
ได้รับฉายาว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย”

(ผมไม่ค่อยชอบชื่อ กุ้ยหลินเมืองไทย หรือว่าพวกแกรนแคนยอนเมืองไทยสักเท่าไร
ผมว่าแต่ละสถานที่ก็มีความสวยในแบบของตัวมันเอง ไม่น่าจะเอาไปเปรียบเทียบกันนะ)

เราขึ้นเครื่องที่ดอนเมืองตั้งแต่เช้า ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็มาถึงยังสนามบินสุราษฎ์ธานี
โชคดีที่เพื่อนแม่เป็นคนพื้นที่ เขาเอารถตู้ของที่พักมารับเราถึงสนามบิน ไม่นานนักก็ถึงท่าเรือ
ท่าเรือเต็มไปด้วยฝูงชน คนอยากเที่ยว ที่เตรียมตัวขึ้นเรือไปยังที่พักของตน _MG_7877

พอไปถึงก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ของที่พักที่จองเอาไว้ พ่อผมจอง”แพภูตะวัน” รอสักพักเขาก็เรียกให้ขึ้นเรือ _MG_7882

น้ำกระเซ็น เย็นช่ำ ชะโลมหน้าระหว่างนั่งเรือ ช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดี ใช้เวลาไม่นานก็ถึงที่พัก แพภูตะวัน  _MG_7972

ที่นี้มีห้องพักอยู่ 2 แบบ แบบเรือนไม้ และแบบแคปซูล _MG_8412 _MG_8060

เราพักกันที่แบบแคปซูล ห้องพักจะราคาแพงกว่า แต่ผมว่าสวยกว่านะ _MG_8374 _MG_8378

จากห้องพักจะเห็นวิวภูเขาอยู่ไกลๆ ที่นี่ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เนตและสัญญาณโทรศัพท์
ใครที่ต้องการหนีงาน หนีความวุ่นวายจากเมืองกรุง มาเที่ยวที่นี้ก็ผ่อนคลายดี
(สัญญาณ DTAC มีเป็นพักๆ ส่วน AIS กับ True นั้น No service )
ช่วงกลางวันที่นี้ไม่มีไฟ จะใช้ได้ช่วงหลังหกโมงเย็น

_MG_7960

หากมาเที่ยว 3 วัน 2 คืน วันแรกช่วงบ่ายเขาจะให้เราพักผ่อนตามอัธยาศัย หยิบหนังสือมาอ่าน
มองวิวอยู่ตรงหน้าก็เพลินตาดี ตกเย็น ก็ได้เวลากระโดดลงน้ำ
ที่พักจะมีบริการให้เช่าเรือคายัคไปพายเล่น โดยจ่ายค่ามัดจำ 200 บาทเป็นค่าไม้พาย
ใช้เสร็จก็เอามาคืน ได้ตังค์กลับไป

_MG_7923

อาหารที่นี้จะเป็นแบบบุฟเฟต์ จะมีอาหารเป็นชุดๆมาให้ เป็นอาหารพื้นบ้าน ไข่เจียว ผัดผัก
ผัดวุ้นเส้น แกงเหลือง บางมื้อพิเศษหน่อยจะมีปลาทอดมาให้ แต่อาหารพิเศษนี้จะเติมไม่ได้
ผมไปกัน 6 คนนั่งโต๊ะเดียว ก็ได้ปลาทอดแค่ตัวเดียว ไม่คุ้มเท่าไร เมื่อเทียบกับโต๊ะที่นั่ง 2 คน
ได้ปลาทอด 1 ตัว นับว่าเป็นข้อเสียของที่นี้

เช้ารุ่งขึ้นก็ได้เวลานั่งเรือไปเที่ยวกัน ประมาณ 8-9 โมงเรือนำเที่ยวจะออกจากที่พัก พาเราไปชมบรรยากาศของเขื่อน _MG_8198
บริเวณนี้ที่เขาเรียกกันว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย”

_MG_8144

เรือมาจอดยังท่าเรือ หลังจากนี้ต้องเดินข้ามเขา ไปลงแพไม้ เพื่อไปชมถ้ำปะการัง _MG_8205

จากท่าเรือมาลงแพ ระยะทาง 1 กิโลกว่าๆ แนะนำว่าอย่าใส่รองเท้าที่มีส้นสูงมา มันจะเดินลำบาก ข้อเท้าอาจพลิกได้ _MG_8218

เดินมาไกล ขอเต๊ะท่าถ่ายรูปสักหน่อย

_MG_8228 _MG_8240

ถ้ำปะการัง เป็นถ้ำหินงอกหินย้อยที่สวยงามแปลกตาไม่เหมือนกับถ้ำอื่น ๆ ตรงที่บริเวณหินงอก
หินย้อยนั้นจะแตกหน่อเล็ก ๆ คล้ายปะการังในทะเล
_MG_8273
ไกด์จะพาเราชมบรรยากาศภายในถ้ำ พร้อมสร้างเสริมจินตนาการเราไปในตัว
หินตรงนี้เหมือนช้าง ตรงนี้เหมือนคน แตกต่างมุมมองกันไป _MG_8265
จากนี้ก็ต้องนั่งแพ และเดินข้ามเขากลับไปเหมือนเดิม อากาศร้อนทำให้เหนื่อยมากขึ้นจริงๆ _MG_8297
เรากลับมาที่พัก ทานอาหารเที่ยง เข้าที่พัก นอนเล่น เตรียมตัวเล่นน้ำในตอนเย็น
มาพักผ่อนนั่งมองธรรมชาติแบบนี้ก็ทำให้เราปิดสวิตท์ความคิดที่วกวน
ปล่อยเวลาให้เพลินเพลินกับธรรมชาติ เพื่อจะได้ชาร์ตพลังกลับไปลุยงานต่อได้เต็มที่ _MG_8351

Tips

– เวบไซต์ที่พัก http://phutawanrafthouse.com/

– สายการบินที่ไปสุราษฎ์มี่ทั้ง Nok Air และ  Air asia

– ที่พักเป็นห้องน้ำรวม

– พกไฟฉาย กับ ยากันยุงมาด้วย

– อย่าลืม! พกขนมมากินด้วย จบ.

_MG_8408

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s