Sweet journey | เที่ยวนี้มีแต่ขนม -เดินทางสู่ฮอกไกโด

001

ขณะที่เครื่องบินกำลังร่อนลงรันเวย์ ผมมักจะตื่นเต้นอยู่เสมอ

ไม่ใช่กลัวว่าเครื่องบินจะจอดดีรึเปล่า
แต่ตื่นเต้นว่าการเดินทางครั้งนี้จะเจอกับอะไรบ้าง

ครั้งนี้เป็นการมาญี่ปุ่นครั้งที่ 3 ของผม
ครั้งแรกมากับครอบครัว
ครั้งที่สอง แบกเป้มา wwoof เพียงคนเดียว
และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แต่ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ดี 🙂

เครื่องเรามาถึงเร็วก่อนกำหนด
เราค่อยๆจ้ำๆตามนักท่องเที่ยว ไปยังด่านตรวจคนเข้าเมือง

หลังจากยกเลิกวีซ่า คนไทยก็มาเที่ยวญี่ปุ่นกันเป็นว่าเล่น
ไม่แปลกถ้าจะได้ยินเสียงคนไทยคุยกันตลอดทาง

หลังจากที่เราผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาแล้ว
ก็ต้องนำใบเสร็จ JR Pass ที่ซื้อมาเป็นตั๋ว JR Pass เสียก่อน

เราสามารถใช้ JR Pass นี้นั่งรถไฟสาย N’ex เข้าโตเกียวได้เลย

001_1

สองข้างทางเป็นทุ่งนา สลับกับบ้านเล็กๆสไตล์ญี่ปุ่น บรรยากาศยังน่ามองเหมือนเคย

นั่งไปประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ได้ยินเสียงประกาศว่า ใกล้ถึงสถานี โตเกียวแล้ว
เราแบกเป้ใบใหญ่ใส่หลังแล้วเตรียมตัวลงจากรถไฟ

สถานีโตเกียว เป็นสถานีหลักของเมืองโตเกียว
ใครจะไปไหนต่อไหนก็มาขึ้นที่นี้กัน 

ที่สำคัญบริเวณสถานีมีร้านค้า ของขายมากมาย ละลานตา
ทั้งขนม ทั้งของกิน โอ้ยย นู้นก็อยาก นี่ก็อยาก
ใช้เวลาเลือกนานมาก จนลืมดูเวลา อ้าวไม่ทันแล้ว
จึงคว้า ข้าวปั้นกับแซนวิชไปจ่ายตังค์ทันที

จากสถานีโตเกียว เราต้องขึ้นรถไฟชินคังเซ็นสาย hayabusa
เพื่อไปยังสถานี shin aomori

_MG_5790

เจ้าหัวกระสุน hayabusa นี้เป็นรถไฟความเร็วสูง ที่วิ่งได้ 320 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง
แต่ด้านในสบายยังกับนั่งเครื่องบิน เราควักข้าวปั้นขึ้นมากินด้วยความหิว

มื้อแรก ในญี่ปุ่น

DSCF0312

ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าก็ถึงสถานี  shin aomori
เรามีเวลาประมาณ 20 นาที ก่อนที่รถไฟสายต่อไปจะมา
จึงขอจัดโซบะร้อนๆแก้หิว

001_3_2

เวลาจะซื้อให้ กดที่ตู้ด้านหน้า ซื้อเสร็จจะได้ใบเล็กๆออกมา เอาไปยืนให้คนขายด้านใน

001_3_3

อากาศหนาวๆ หิวๆแบบนี้ ได้โซบะร้อนๆนี่โคตรฟินเลย

001_3_1

เราต้องขึ้นรถไฟต่อไปอีก 2 ชั่วโมง กว่าจะถึง ฮาโกดาเตะ
เป็นการนั่งรถไฟหลายต่อจริงๆ แต่สองข้างทางก็ทำให้เพลินได้เหมือนกัน
ช่วงก่อนจะถึงฮาโกดาเตะ รถไฟจะวิ่งริมทะเล วิวสวยมากก

001_3_4

002

ถึงฮาโกดาเตะช่วง 5 โมงเย็น ฟ้ามืดกว่าที่คิด
เพราะพระอาทิตย์โบกมือลาไปตั้งแต่ 4 โมงครึ่งแล้ว

เราเดินฝ่าความหนาวประมาณ 6 องศาเพื่อหาที่พัก โชคดีที่จองโรงแรมใกล้สถานีไว้
ผมเก็บของ และหาเสื้อมาใส่ทับเพิ่ม จะได้อุ่นขึ้นหน่อย

ค่ำนั้นวางแผนกันว่าจะไปขึ้นกระเช้าชมวิวบนเขา hakodate
จากที่พักเดินไปขึ้นรถรางที่อยู่ใกล้ๆ นั่งไปลงสถานี jyujikai
ประมาณ 210 yen

และเดินขึ้นเนินต่อไปยังสถานี ropeway

001_6

ระหว่างทางที่เดินขึ้นไร้วี่แววผู้คน สงสัยไม่ใช่หน้าท่องเที่ยว
หนาวก็หนาว ทางก็ชัน

คุยกันเล่นๆระหว่างทางว่า “ไม่ใช่ขึ้นไปแล้วปิดนะ”

เดินไปถึงปุ๊บ กระเช้าปิดครัชช!!!

001_10

เรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ
เอ๊ะใจตั้งแต่เดินขึ้นมาละทำไมมีแท็กซี่มาจอด พูดอะไรก็ไม่รู้ ฟังไม่รู้เรื่องเลย
ในป้ายเห็นเขียนว่า plese take a bus แสดงว่าต้องมีรถบัสวิ่งขึ้นไป ราคาน่าจะถูกกว่า

มองซ้ายมองขวา ก็เห็นรถบัสจอดอยู่ลานจอดรถฝั่งตรงข้าม

เลยเดินเข้าไปถามดู ปรากฎว่าไปครับ ขึ้นเขาไป-กลับ 800 เยน

001_9

001_7

อากาศบนเขา hakodate หนาวเกินจะถ่ายรูปไหว
แถมลมแรงมากพอที่จะทำให้ขากล้องจีนแดงที่ผมแบกไปปลิวได้อีก
เลยได้ภาพมาตามยถากรรมอย่างที่เห็น – -”

001_8

TIPS

– หลายคนกังวลว่า จะไม่ผ่าน ตม. ก่อนการเดินทางผมแนะนำว่า
print แผนการเที่ยว รายละเอียดการเดินทาง จองที่พักไหนไว้
ไปเมืองไหนบ้าง print ออกมา พร้อมโชว์ตั๋วเดินทางกลับ
ถ้าเขาถามจะได้ยื่นให้ดูได้ จะได้ยืนยันได้ว่าเรามาเที่ยวจริงๆ

– ถ้าใครนั่ง airasia มา จะลง terminal 2 เครื่องลงตอนเช้า
ถ้าจะเปลี่ยนใบเสร็จที่ซื้อมาเป็น JR PASS ต้องลงไปชั้นล่าง
จะมีเคาร์เตอร์ใกล้กับทางเข้าสถานีรถไฟฟ้า

– ที่พักที่ฮาโกดาเตะชื่อ smile hotel ซื้อผ่าน bookin.com
ราคาถูกมาก คืนละ 5000 เยน ตกคนละ 2500 เยน
ห้องเล็กไปหน่อยแต่มีห้องน้ำในตัว

– ตารางรถไฟจาก สนามบินนาริตะ ถึง ฮาโกดาเตะ

Untitled-2

ถ้าชอบกดshare หรือ comment กันได้

หรือเข้าไปคุยกันได้ที่ https://www.facebook.com/bakkupakka

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s