สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จาก workshop การถ่ายภาพทางช้างเผือกและเส้นแสงดาว

10325711_789955971027960_8171347702507418923_n

 

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเข้าร่วม workshop การถ่ายภาพทางช้างเผือกและเส้นแสงดาวที่จัดโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ร่วมกับ บริษัท แคนนอน ประเทศไทย จำกัด workshop ครั้งนี้จัดฟรี เลยมีคนสมัครล้นหลาม ผมโชคดีที่ 1 ใน 100 คนแรกสละสิทธ์ จึงได้มีโอกาสไปฟัง ผมเลยอยากจะแบ่งปัน สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มา ถ้าผิดพลาดยังไง ขออภัย และทักท้วงได้นะคร้าบ

 

การเตรียมอุปกรณ์สำหรับถ่ายดาว

1 กล้อง + เลนส์ + แบตเตอรี่ + เมมโมรี่การ์ด (เยอะๆ)

2 ขาตั้งกล้องที่สามารถรับน้ำหนักของตัวกล้องและเลนส์ได้ (เอาที่ลมพัดแล้วไม่ปลิว)

3 สายลั่นชัตเตอร์ ที่สามารถตั้งความที่ในการถ่ายได้ เช่น tc80n3

4 พลาสติกหุ้มกันน้ำค้าง และละอองน้ำ

5 ตั้งไฟล์ภาพ เป็น RAW

 

– การถ่ายภาพท้องฟ้า ดวงดาว 10% ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ อีก 90% ขึ้นอยู่กับธรรมชาติ

– เวลาจะถ่ายภาพสะท้อนน้ำ ให้เลือกคลอง สระน้ำ อย่าเลือกถ่ายเขื่อน หรืออ่างเก็บน้ำ เพราะน้ำจะกระเพื่อม ไม่นิ่ง

​เผยเทคนิคล่าให้ได้ “ทางช้างเผือกตกมัน”

ตัวอย่างภาพถ่ายของวิทยาการ

ภาพถ่ายทางช้างเผือกด้วยเทคนิคการถ่ายภาพบนขาตั้งกล้องแบบตามดาว
และยิงแสงแฟลชชุดที่ 2 เพื่อเก็บฉากหน้า (ภาพโดย : ศุภฤกษ์ คฤหานนท์ / Camera : Canon 5D Mark ll
+ Takahashi Teegul Sky Partrol / Lens : Canon EF 24-70 mm. / Focal length : 24 mm. / Aperture : f/2.8
/ ISO : 1600 / Exposure : 117 sec)

 

การถ่ายภาพ ทางช้างเผือก หรือ milky way

Focus

– ถ่ายที่ระยะอนันต์

– ใช้ live view ลองโฟกัสดาวสักจุด

– เมื่อได้ระยะโฟกัสแล้วให้เอาเทปแปะเลนส์ไว้  ไม่ให้มันเคลื่อน

– ปิดกันสั่น ปิด auto focus

การเลือกช่วงทางยาวโฟกัส

– ใช้เลนส์อะไรถ่ายก็ได้ แต่ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของภาพว่าเราต้องการแบบไหน

– ถ้าอยากได้มุมมองกว้างๆก็ใช้เลนส์ wide ถ้าไม่มีก็ถ่ายแบบ Panorama แล้วมาต่อกันก็ได้

Shutter speed

– ความเร็วชัตเตอร์ขึ้นอยู่กับเลนส์ที่ใช้

– คำนวนได้จากกฏ rule 0f 400/600 ค่า 400 คือเลนส์ แบบ EPS   600 คือ ค่าเลนส์ fullframe

– ถ้าใช้เลนส์ FF 600 / 15 (ค่าทางยาวโฟกัส) = 40 s

แสดงว่า 1 ภาพที่ใช้ทางยาวโฟกัส 15 mm ใช้เวลาถ่าย 40 วินาที

รูรับแสง

– F กว้างสุดไม่ได้ดีที่สุด ปรับขึ้นมาอีกนิดนึงก็ได้

ISO

– FF .ใช้ 3200 ขึ้นไป

– EFS ใช้ 2500 ขึ้นไป

White Balance – ตั้งค่าประมาณ 3800k หรือ แบบ Fluolescent

– ถ้าตั้งค่าเป็น auto ฟ้าจะออกเหลืองๆ

การสังเกตทางช้างเผือก 

– ต้องถูกที่ ถูกเวลา

– ช่วงเวลาที่สังเกตทางช้างเผือกได้ดีที่สุด

ปลายเดือนเมษา – ต้นเดือนตุลา

App ที่ช่วยในการหาดาว และทางช้างเผือก

– skyview

– skychart

รายละเอียดมากกว่านี้ ผมอาจจะบันทึกมาไม่หมด
สามารถอ่านบทความ ของวิทยกรเพิ่มเติมได้ใน

http://www.manager.co.th/Science/ViewBrowse.aspx?BrowseNewsID=5517&SourceNewsID=5545

ติดตามการ workshop ครั้งหน้าได้ทาง

https://www.facebook.com/AstrophotographyWorkshop

เวบสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

http://www.narit.or.th

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s